พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริพื้นที่ภาคกลาง พร้อมคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง พร้อมรับฟังสถานการณ์น้ำจาก กฟผ. สำนักงานชลประทานที่ 13 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กำชับให้เขื่อนวชิราลงกรณ และกรมชลประทาน ระบายน้ำโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชุมชนพร้อมเตรียมรองรับปริมาณฝนตกหนักในช่วงเดือนกันยายน-ตุลาคม
เมื่อวันที่ 13 กันยายน 2561 พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี และคณะ ลงพื้นที่ติดตามการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ติดตามสถานการณ์น้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำแม่กลอง และตรวจเยี่ยมการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ อำเภอทองผาภูมิ จังหวัดกาญจนบุรี เนื่องจากปัจจุบันน้ำในอ่างเก็บน้ำเขื่อนวชิราลงกรณ มีแนวโน้มน้ำไหลเข้าอ่างเก็บน้ำในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี พร้อมด้วย นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) หัวหน้าหน่วยงานราชการในอำเภอทองผาภูมิพร้อมผู้ปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้อง ร่วมให้การต้อนรับ ณ ร้านอาหารเรือนเขาแหลม
ในการนี้ องคมนตรีและคณะ ได้เดินทางไปยังห้องประชุมเขาแหลม 1 ที่ทำการเขื่อนวชิราลงกรณ โดยมีนายจีระเกียรติ ภูมิสวัสดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี รายงานการดำเนินงานโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในจังหวัดกาญจนบุรี นายไววิทย์ แสงพานิชย์ ผู้อำนวยการเขื่อนวชิราลงกรณ (อขว.) รายงานสถานการณ์และการบริหารจัดการน้ำของเขื่อนวชิราลงกรณ รวมถึงการดำเนินการโครงการชีววิถีเพื่อการพัฒนาอย่างยืน และโครงการ อพ.สธ.ของเขื่อนวชิราลงกรณ พร้อมด้วยนายไพรัตน์ ทับประเสริฐ ผู้อำนวยการส่วนบริหารจัดการน้ำและบำรุงรักษา สำนักชลประทานที่ 13 รายงานการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน
จากนั้นเดินทางไปสังเกตการณ์ระดับน้ำบริเวณสันเขื่อน และบานประตูระบายน้ำ (spillway) พร้อมทั้งเข้าเยี่ยมชมห้องควบคุมการผลิตกระแสไฟฟ้า โดยมี อขว. รายงานถึงสถานการณ์น้ำในอ่างเก็บน้ำ บรรยายขั้นตอนการผลิตกระแสไฟฟ้า พร้อมยืนยันความมั่นคงแข็งแรงของเขื่อนวชิราลงกรณ
พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กล่าวว่า “ขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่มีการดำเนินการโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเป็นอย่างดี โดยเฉพาะ กฟผ. เขื่อนวชิราลงกรณ ที่มีการเก็บรวบรวมพันธุ์กล้วย 100 กว่าสายพันธุ์ภายในโครงการอนุรักษ์พันธุกรรมพืช (อพ.สธ.) ด้านการบริหารจัดการน้ำขอให้คำนึงถึงความเดือดร้อนของประชาชนเป็นหลัก ซึ่งขณะนี้มีการจัดตั้ง ศูนย์เฉพาะกิจชั่วคราวในภาวะวิกฤต ซึ่งทำหน้าที่ติดตามสถานการณ์น้ำตลอด 24 ชั่วโมง มีส่วนช่วยให้การบริหารจัดการน้ำของ กฟผ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น สุดท้ายนี้ขอให้เขื่อนวชิราลงกรณบริหารจัดการน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ควบคุม สามารถรองรับปริมาณน้ำฝนที่คาดว่าจะตกหนักในเดือนกันยายนต่อไป”

